ข่าว Gate News เมื่อวันที่ 18 มีนาคม สหรัฐอเมริกามีสมาชิกวุฒิสภาพรรคเดโมแครตหลายคนได้กดดันบริษัท Meta เกี่ยวกับแผนการนำฟังก์ชันจดจำใบหน้าเข้าสู่แว่นตาอัจฉริยะ โดยเรียกร้องให้บริษัทชี้แจงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล ในจดหมายร่วมถึง CEO Mark Zuckerberg สมาชิกวุฒิสภา Edward J. Markey, Jeff Merkley และ Ron Wyden ระบุว่า ฟังก์ชันนี้อาจสามารถระบุบุคคลในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับความยินยอม ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกติดตาม คุกคาม และการคุกคามแบบเจาะจงเป้าหมาย
สมาชิกวุฒิสภาเน้นว่า แว่นตาอัจฉริยะสามารถจับภาพใบหน้าจำนวนมากโดยไม่รู้ตัวของผู้ใช้ และนำข้อมูลไปจับคู่กับชื่อ ข้อมูลการทำงาน หรือข้อมูลโซเชียลมีเดีย ซึ่งอาจลดขอบเขตความเป็นส่วนตัวในที่สาธารณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของระบบนิเวศ Facebook และ Instagram ของ Meta ที่สนับสนุนอยู่แล้ว ความสามารถในการรวมข้อมูลเช่นนี้จึงก่อให้เกิดความกังวลมากขึ้น
ในขณะเดียวกัน การจัดการข้อมูลของอุปกรณ์สวมใส่ของ Meta ก็ได้รับการตรวจสอบจากภายนอกก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า พนักงานที่รับจ้างได้ตรวจสอบวิดีโอที่ถ่ายโดยแว่นตา Ray-Ban Meta ซึ่งรวมถึงฉากที่อาจเป็นข้อมูลอ่อนไหว สร้างคำถามในสาธารณชนว่า ผู้ถูกถ่ายภาพรู้ตัวหรือไม่ และข้อมูลเหล่านี้ถูกนำไปใช้ในทางใด
นักวิจัยด้านความเป็นส่วนตัวชี้ว่า การเปิดกล้องอย่างต่อเนื่องควบคู่กับการฝึกโมเดลปัญญาประดิษฐ์จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยง John Davisson จาก EPIC กล่าวว่า ผู้สวมใส่อุปกรณ์ไม่สามารถให้สิทธิ์ผู้อื่นในการเก็บข้อมูลได้ และการฝึก AI ด้วยภาพที่สามารถระบุได้อาจเป็นความท้าทายต่อการปกป้องข้อมูลชีวมิติ
Meta ตอบว่า บริษัทจะทำการกรองเนื้อหาบางส่วนก่อนการตรวจสอบด้วยมนุษย์ และใช้วิธีผสมผสานระหว่างอัตโนมัติและมนุษย์เพื่อปรับปรุงระบบ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการกำหนดเวลาที่ชัดเจนว่าจะเปิดตัวฟังก์ชันจดจำใบหน้าอย่างเป็นทางการ หรือเชื่อมต่อกับบัญชีโซเชียลมีเดียอย่างไร
ขณะนี้ ส.ส. กำลังเรียกร้องให้ Meta ชี้แจงขอบเขตการใช้งานข้อมูล รวมถึงการเก็บหรือแชร์ข้อมูลชีวมิติ และวิธีการขอความยินยอมจากผู้ใช้ที่ไม่ใช่ผู้ใช้เอง คำตอบต้องส่งภายในวันที่ 6 เมษายน ความขัดแย้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และอุปกรณ์สวมใส่ผนวกกันมากขึ้น การกำกับดูแลด้านเทคโนโลยีการเฝ้าระวังและขอบเขตข้อมูลทั่วโลกยังคงเป็นประเด็นที่ร้อนแรงต่อเนื่อง