วอร์เรน บัฟเฟตต์ คิดอย่างไรเกี่ยวกับการซื้อลอตเตอรี่?

TheBitTimesCom

ในขณะที่วอร์เรน บัฟเฟตต์และคนดังในแวดวงเดียวกันสร้างความมั่งคั่งเปลี่ยนชีวิตจากตลาดหุ้น สำหรับคนทั่วไปบนท้องถนน การซื้อลอตเตอรี่และหวังว่าจะถูกรางวัลใหญ่คือการเดิมพันเดียวที่จะทำให้ร่ำรวยและมีทรัพย์สินมากมาย ข้อเสียของเรื่องนี้คือลอตเตอรี่แทบไม่เคยถูกรางวัล ทำให้ความหวังและความคาดหวังพังทลาย แถมยังเสียเงินไปเปล่าๆ อีกด้วย

แล้ววอร์เรน บัฟเฟตต์คิดอย่างไรเกี่ยวกับการซื้อลอตเตอรี่? เขาซื้อและหวังจะถูกรางวัลแม้จะเป็นมหาเศรษฐีแล้วหรือไม่? สำหรับเขาแล้ว การซื้อสลากทั้งชุดเพื่อเพิ่มโอกาสถูกรางวัลก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะเขาทำเงินมาตลอดชีวิต และนี่ก็อาจเป็นช่องทางรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม เขาไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปที่เดินอยู่บนท้องถนน ในการสัมภาษณ์เมื่อไม่กี่ปีก่อน มีคนถามวอร์เรน บัฟเฟตต์ว่าเขาจะพิจารณาซื้อลอตเตอรี่หรือไม่ คำตอบของเขาทำให้ทุกคนแปลกใจ เพราะเขาตอบว่า “ผมยินดีรับลอตเตอรี่เป็นของขวัญ แต่จะไม่ซื้อลอตเตอรี่เองเด็ดขาด”

“ผมยินดีรับลอตเตอรี่เป็นของขวัญ แต่จะไม่ซื้อลอตเตอรี่เองเด็ดขาด” วอร์เรน บัฟเฟตต์มองว่าการใช้เงินซื้อลอตเตอรี่เป็นการสูญเปล่า แม้ว่าเขาจะสามารถซื้อและกว้านสลากทั้งชุดเพื่อเพิ่มโอกาสถูกรางวัลก็จริง

อ่านเพิ่มเติม: นักวิเคราะห์เตือน 9 หุ้นมีแนวโน้มราคาตกหนัก

อ่านเพิ่มเติม: นักวิเคราะห์เตือน 9 หุ้นมีแนวโน้มราคาตกหนัก## ระหว่างลอตเตอรี่กับวอร์เรน บัฟเฟตต์: บทเรียนการเงินที่ไร้กาลเวลา

ที่มา: ReutersWarren BuffettSource: Reutersนักลงทุนหน้าใหม่ในตลาดหุ้นจำนวนมากก็มองหุ้นเหมือนลอตเตอรี่ พวกเขาต้องการหาเงินไวและออกจากตลาดอย่างร่ำรวยโดยไม่ต้องออกแรง ความคิดแบบนี้มักนำไปสู่การเดิมพันที่มีความเสี่ยงสูงและกลายเป็นความผิดพลาดที่มีราคาสูง วอร์เรน บัฟเฟตต์ได้แนะนำให้นักลงทุนอย่ามองหุ้นเป็นเหมือนลอตเตอรี่ แต่ให้มองว่าเป็นการลงทุนระยะยาวที่สามารถเปลี่ยนแปลงการเงินของเราได้

“เป้าหมายของคุณในฐานะนักลงทุน ควรเป็นการซื้อหุ้นในธุรกิจที่เข้าใจง่าย ในราคาที่สมเหตุสมผล และมีแนวโน้มว่ากำไรจะสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในอีก 5, 10 หรือ 20 ปีข้างหน้า” มหาเศรษฐีรายนี้กล่าว สรุปแล้ว วอร์เรน บัฟเฟตต์จะยอมรับลอตเตอรี่ถ้ามีใครมอบให้เป็นของขวัญ แต่จะไม่เสียเงินซื้อลอตเตอรี่เองเด็ดขาด

“เป้าหมายของคุณในฐานะนักลงทุน ควรเป็นการซื้อหุ้นในธุรกิจที่เข้าใจง่าย ในราคาที่สมเหตุสมผล และมีแนวโน้มว่ากำไรจะสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในอีก 5, 10 หรือ 20 ปีข้างหน้า”

ดูต้นฉบับ
news.article.disclaimer
แสดงความคิดเห็น
0/400
ไม่มีความคิดเห็น