Cách sử dụng 3 loại công cụ phân tích để xác định điểm thay đổi của xu hướng giá

ทำไมต้องหาจุดเปลี่ยนแปลงของราคา

การค้นหาจุดกลับตัวเป็นความฝันของผู้ลงทุนและนักเทรดจำนวนมาก เนื่องจากโซนนี้ให้ราคาที่เหมาะสมที่สุดในรอบการซื้อขาย หากจุดกลับตัวอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น ผู้ลงทุนจะได้โอกาสขายในราคาสูงสุด ในทางกลับกัน หากจุดกลับตัวอยู่ในแนวโน้มขาลง ผู้ลงทุนจะสามารถซื้อในราคาต่ำที่สุด

อย่างไรก็ตาม การประมาณจุดกลับตัวโดยใช้การวิเคราะห์พื้นฐาน ข่าวสาร หรือการคาดการณ์ด้วยสายตาเพียงอย่างเดียวนั้นมีความเสี่ยงสูง ผู้เชี่ยวชาญในการเทรดจึงมักนำเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Indicators) มาใช้เพื่อประมาณจุดกลับตัวของแนวโน้มได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

การเลือกเครื่องมือวิเคราะห์ที่เหมาะสม

ในการเลือกเครื่องมือวิเคราะห์ที่ช่วยบอกจุดกลับตัว ผู้ลงทุนมักเลือกใช้อินดิเคเตอร์ประเภท Momentum ที่แสดงสัญญาณ Overbought (ซื้อมากเกินไป) หรือ Oversold (ขายมากเกินไป)

อย่างไรก็ตาม การใช้อินดิเคเตอร์ประเภท Momentum โดยตรงมักเกิดข้อผิดพลาด โดยเฉพาะเมื่อตลาดมีแนวโน้มที่แข็งแกร่ง สัญญาณ Overbought หรือ Oversold อาจเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก ดังนั้น วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือการสังเกตสัญญาณ Divergence (ความไม่สอดคล้อง) ระหว่างราคากับโมเมนตัมของอินดิเคเตอร์

3 เครื่องมือวิเคราะห์หลักเพื่อจับจุดกลับตัว

1. การใช้ OBV Divergence สำหรับการวัดปริมาณการซื้อขาย

OBV (On Balance Volume) เป็นเครื่องมือที่ผสมข้อมูลปริมาณและการปิดราคา (แท่งเทียนสีเขียว/แดง) เข้ามาวัดความเปลี่ยนแปลงของปริมาณซื้อและขาย

  • OBV ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น หมายความว่ามีการสะสมซื้อ (ปริมาณซื้อมากกว่าปริมาณขาย)
  • OBV ที่มีแนวโน้มต่ำลง หมายความว่ามีการทยอยขาย (ปริมาณขายมากกว่าปริมาณซื้อ)

สัญญาณ Bearish Divergence ในแนวโน้มขาขึ้น

สังเกตเมื่อราคาทำจุดสูงสุดใหม่ขึ้นเรื่อย ๆ แต่ OBV มีแนวโน้มลดลง นี่หมายถึงว่าขณะราคาสูงขึ้น กลับมีการทยอยขายออกมา การขึ้นครั้งนี้ไม่เสถียร และมีโอกาสกลับตัวเป็นขาลง

สัญญาณ Bullish Divergence ในแนวโน้มขาลง

สังเกตเมื่อราคาทำจุดต่ำสุดใหม่แต่ OBV มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น นี่หมายถึงว่าขณะราคาต่ำลง กลับมีการทยอยซื้อกลับ การลงครั้งนี้ไม่เสถียร และมีโอกาสกลับตัวเป็นขาขึ้น

2. MACD Divergence และการวัดแรงขับเคลื่อนของราคา

MACD เป็นเครื่องมือที่สามารถบอกทั้งโมเมนตัมและแนวโน้ม โดยใช้ส่วนต่างระหว่าง MACD Line และ Signal Line (Histogram) ในการวัดแรงขับเคลื่อน

การบอกแนวโน้ม:

  • MACD ข้ามเส้น 0 ขึ้นไป = เริ่มมีแนวโน้มขาขึ้น
  • MACD ข้ามเส้น 0 ลงมา = เริ่มมีแนวโน้มขาลง

การบอกโมเมนตัม:

  • Histogram มีค่าบวกและสูง = โมเมนตัมขาขึ้นแข็งแกร่ง
  • Histogram มีค่าบวกแต่ลดลง = โมเมนตัมขาขึ้นเริ่มอ่อนตัว
  • Histogram มีค่าลบและต่ำ = โมเมนตัมขาลงแข็งแกร่ง
  • Histogram มีค่าลบแต่เพิ่มขึ้น = โมเมนตัมขาลงเริ่มอ่อนตัว

สัญญาณ Bearish Divergence ในแนวโน้มขาขึ้น

เมื่อราคาทำจุดสูงสุดใหม่ แต่ Histogram (โมเมนตัม) มีค่าต่ำกว่าจุดสูงสุดครั้งก่อน แสดงว่าแรงขับเคลื่อนกำลังอ่อนตัวลง สัญญาณนี้บ่งชี้ว่าการขึ้นครั้งนี้อาจไม่ยั่งยืน และอาจกลับตัวเป็นขาลง

สัญญาณ Bullish Divergence ในแนวโน้มขาลง

เมื่อราคาทำจุดต่ำสุดใหม่ แต่ Histogram มีค่าลบน้อยกว่าจุดต่ำสุดครั้งก่อน แสดงว่าแรงขับเคลื่อนลงกำลังอ่อนตัวลง สัญญาณนี้บ่งชี้ว่าการลงครั้งนี้อาจไม่ยั่งยืน และอาจกลับตัวเป็นขาขึ้น

3. RSI Divergence เพื่อวัดความแรงของสัญญาณซื้อขาย

RSI (Relative Strength Index) คำนวณค่าระหว่าง 0-100 และถูกใช้อย่างแพร่หลาย

การอ่านค่า RSI พื้นฐาน:

  • RSI มากกว่า 70 = สภาวะ Overbought (ซื้อมากเกินไป)
  • RSI น้อยกว่า 30 = สภาวะ Oversold (ขายมากเกินไป)

อย่างไรก็ตาม ในตลาดที่มีแนวโน้มแข็งแกร่ง RSI อาจแสดงค่า Overbought/Oversold ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือการสังเกต Divergence

สัญญาณ Bearish Divergence ในแนวโน้มขาขึ้น

เมื่อราคาทำจุดสูงสุดใหม่ แต่ RSI ไม่สามารถทำจุดสูงสุดใหม่ได้ ตัวอย่าง: ราคาทำ Peak เหนือ 70 จากนั้น correction ลงจนมีการ rebound ขึ้นใหม่ แต่ RSI ไม่สูงเท่าครั้งแรก นี่คือสัญญาณ Bearish Divergence ที่ชี้ว่าการขึ้นกำลังอ่อนตัวลง

สัญญาณ Bullish Divergence ในแนวโน้มขาลง

เมื่อราคาทำจุดต่ำสุดใหม่ แต่ RSI ไม่สามารถทำจุดต่ำสุดใหม่ได้ ตัวอย่าง: ราคาทำ Bottom ต่ำกว่า 30 จากนั้น rebound ขึ้นจนมี correction ลงใหม่ แต่ RSI ไม่ต่ำเท่าครั้งแรก นี่คือสัญญาณ Bullish Divergence ที่ชี้ว่าการลงกำลังอ่อนตัวลง

การรวมเครื่องมือเหล่านี้เพื่อการตัดสินใจที่ดีขึ้น

แม้ว่าแต่ละเครื่องมือจะมีประโยชน์ในตัวของมันเอง แต่การใช้ร่วมกันจะช่วยให้ได้สัญญาณที่เชื่อถือได้มากขึ้น:

  • เริ่มจากการตรวจสอบ OBV Divergence เพื่อดูความแข็งแกร่งของปริมาณการซื้อขาย
  • ยืนยันด้วย MACD Divergence เพื่อวัดแรงขับเคลื่อนของราคา
  • สรุปด้วย RSI Divergence เพื่อประเมินความเข้มแข็งของสัญญาณขาย/ซื้อ

นอกเหนือจากอินดิเคเตอร์ทั้งสามนี้ ผู้ลงทุนยังสามารถนำอินดิเคเตอร์ประเภทอื่น ๆ ที่มีวิธีการคำนวณคล้ายกัน (โมเมนตัมหรือปริมาณ) มาประยุกต์ใช้ได้เช่นเดียวกัน โดยการสังเกตสัญญาณความไม่สอดคล้องระหว่างราคากับตัวบ่งชี้ เทคนิคเหล่านี้จะเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสำหรับการเทรดในตลาดจริงและช่วยเพิ่มความแม่นยำของการตัดสินใจ

Xem bản gốc
Trang này có thể chứa nội dung của bên thứ ba, được cung cấp chỉ nhằm mục đích thông tin (không phải là tuyên bố/bảo đảm) và không được coi là sự chứng thực cho quan điểm của Gate hoặc là lời khuyên về tài chính hoặc chuyên môn. Xem Tuyên bố từ chối trách nhiệm để biết chi tiết.
  • Phần thưởng
  • Bình luận
  • Đăng lại
  • Retweed
Bình luận
0/400
Không có bình luận
  • Ghim